Browse By

กราเฟนแบร์กเปิดใจถึง เวียร์ตซ์ แข้งอัจฉริยะที่ยุโรปจับตา

ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งฝีเท้าจัดจ้าน หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเยอรมนีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนบอลทั่วทวีปยุโรป ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งมิดฟิลด์พลังหนุ่มอย่าง Ryan Gravenberch กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ก็ออกมาเปิดใจถึงแข้งรายนี้อย่างน่าสนใจ พร้อมยอมรับว่าเวียร์ตซ์ คือหนึ่งในนักเตะที่มี “บางสิ่งพิเศษ” แตกต่างจากผู้เล่นทั่วไป คำให้สัมภาษณ์ของกราเฟนแบร์กไม่เพียงสะท้อนมุมมอง ของนักฟุตบอลอาชีพที่มีต่อเพื่อนร่วมวงการ แต่ยังสะท้อนภาพรวมของฟุตบอลยุโรปยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยการพัฒนาทางแท็กติก ความเร็ว และความสร้างสรรค์ในเกมรุก การยอมรับจากเพื่อนร่วมอาชีพ กราเฟนแบร์กกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า เวียร์ตซ์เป็นนักเตะที่มีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม อ่านเกมได้รวดเร็ว และกล้าตัดสินใจในจังหวะสำคัญ เขาชื่นชมการเคลื่อนที่หา ช่องว่างและความนิ่งเกินวัยของดาวเตะชาวเยอรมัน ในสายตาของกองกลางดัตช์รายนี้ เวียร์ตซ์ไม่ใช่แค่ผู้เล่นที่มีเทคนิคดี แต่เป็นคนที่สามารถยกระดับเกมของทั้งทีมได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลทะลุช่อง การพลิกบอลในพื้นที่แคบ หรือการสอดขึ้นไปทำประตูเอง กราเฟนแบร์กยังย้ำว่า การเผชิญหน้ากับนักเตะแบบเวียร์ตซ์ ทำให้เขาต้องยกระดับตัวเองอยู่เสมอ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีที่ช้ากว่า อาจหมายถึงการเสียจังหวะสำคัญ เวทีบุนเดสลีกากับการแจ้งเกิด เวียร์ตซ์สร้างชื่อเสียงกับ Bayer 04 Leverkusen ในศึก

เฟอร์กูสัน ชี้ชัดเหตุผล “ลัมเมนส์” ยังไม่ดีพอเฝ้าเสาให้แมนยู

เฟอร์กูสัน ชี้ชัดเหตุผล “ลัมเมนส์” ยังไม่ดีพอเฝ้าเสาให้แมนยู ในโลกของฟุตบอลระดับสูง โดยเฉพาะกับสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกตำแหน่งล้วนถูกจับตามองอย่างเข้มข้น แต่ตำแหน่งที่มักถูกตั้งคำถามมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ผู้รักษาประตู” เพราะเป็นด่านสุดท้าย เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของเกม และเป็นตำแหน่งที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ทั้งทีมต้องจ่ายราคาแพง ล่าสุด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมผู้ยิ่งใหญ่ของปีศาจแดง ได้ออกมาเปิดเผยมุมมองถึงกรณีของ เซนเน่ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงลูกหนังยุโรป โดยเฟอร์กูสันให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า “ยังไม่ดีพอ” สำหรับการขึ้นมาเฝ้าเสาให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ คำพูดดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย เพราะในช่วงที่แมนยูไนเต็ดกำลังมองหาทางเลือก ในตำแหน่งนายทวาร หลายฝ่ายคาดหวังว่าดาวรุ่งรายนี้ อาจเป็นคำตอบระยะยาวของสโมสร แต่คำประเมินจากยอดกุนซือระดับตำนาน กลับสะท้อนว่ามาตรฐานของสโมสรแห่งนี้ยังคงสูงลิบ และไม่ได้วัดกันเพียงแค่พรสวรรค์หรือศักยภาพในอนาคต เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

บทบาทของ “โซบอสซ์ไล” จนกลายเป็นแข้งคนสำคัญ

ชื่อของ โซบอสซ์ไล กลายเป็นประเด็นร้อนในหน้าสื่อฟุตบอลอีกครั้ง หลังเจ้าตัวสามารถก้าวจากสถานะ “ตัวสำรอง” ในบางช่วงของฤดูกาล กลับขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงอย่างแข็งแกร่ง และกลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของทีมได้อย่างน่าทึ่ง เรื่องราวเบื้องหลังการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของแท็กติกในสนาม แต่ยังสะท้อนถึงหัวใจ ความมุ่งมั่น และการทำงานหนักที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน จุดเริ่มต้นของความท้าทาย ช่วงต้นฤดูกาล โซบอสซ์ไลต้องเผชิญการแข่งขันภายในทีมที่เข้มข้น แดนกลางเต็มไปด้วยผู้เล่นคุณภาพสูง การโรเตชันเป็นเรื่องปกติ และบางเกมเขาต้องเริ่มต้นจากม้านั่งสำรอง สถานการณ์ดังกล่าวอาจบั่นทอนความมั่นใจของนักเตะหลายคน แต่สำหรับดาวเตะชาวฮังการี เขาเลือกใช้มันเป็นแรงผลักดัน แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า โซบอสซ์ไลเพิ่มเวลาซ้อมส่วนตัวมากขึ้น ศึกษาวิดีโอการแข่งขันย้อนหลัง วิเคราะห์จุดอ่อนของตนเอง และปรับปรุงเรื่องการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย เขาเข้าใจดีว่าการจะยืนระยะในลีกระดับสูง ต้องพัฒนาทั้งสภาพร่างกายและความคิด สนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100% การเปลี่ยนแปลงทางแท็กติก หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บทบาทของเขาเปลี่ยนไป คือการปรับระบบการเล่นของทีม โค้ชต้องการมิดฟิลด์ที่สามารถเชื่อมเกมรุกกับเกมรับได้อย่างสมดุล โซบอสซ์ไลตอบโจทย์ด้วยพลังงานที่ไม่รู้จักหมด การวิ่งไล่บอล การเพรสซิ่ง และความสามารถในการยิงไกลที่เฉียบคม

อาร์เตตา สวนนิ่ม“ล้มเหลวในช่วงสำคัญ” หลอนอาร์เซนอลอีกหน

อาร์เตตา สวนนิ่ม“ล้มเหลวในช่วงสำคัญ” หลอนอาร์เซนอลอีกหน อาร์เซนอล กำลังเผชิญกระแสคำถามเดิม ๆ ที่วนกลับมาอีกครั้ง หลังวลี “ล้มเหลวในช่วงสำคัญ” ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ท่ามกลางสถานการณ์ลุ้นแชมป์ที่เข้มข้นของฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ Mikel Arteta เฮดโค้ชชาวสแปนิชออกมาตอบโต้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความมั่นใจ ชี้ว่าทีมของเขากำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง และคำกล่าวหาดังกล่าวไม่ได้สะท้อนภาพรวมทั้งหมดของสโมสร วลีเดิมที่กลับมาหลอกหลอน ตลอดช่วง 2–3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซนอลกลายเป็นทีมที่ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะ อาร์เตตา “ผู้ท้าชิงที่เข้าใกล้แชมป์” แต่ยังไม่สามารถก้าวข้ามเส้นชัยได้สำเร็จ หลายครั้งที่พวกเขานำจ่าฝูงในช่วงสำคัญ ก่อนจะสะดุดในโค้งสุดท้าย ทำให้คำว่า “ล้มเหลวในช่วงสำคัญ” ถูกนำมาใช้เป็นตราประทับเชิงลบต่อทีม เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฤดูกาลนี้สถานการณ์คล้ายคลึงกัน เมื่อโปรแกรมเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา คะแนนเบียดกันแบบแต้มต่อแต้ม ทุกเกมมีความหมาย และแรงกดดันก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ทันทีที่อาร์เซนอลทำแต้มหลุดมือในเกมสำคัญ

ปี 2026! แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ยังไม่รู้จักคำว่าแพ้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่บนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังกลายเป็นทีมเดียวที่ยังไม่สะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็นในเกมลีก นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี 2026 เป็นต้นมา ผลงานอันร้อนแรงของพวกเขาไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอลทั่วโลก แต่ยังส่งแรงสะเทือนไปยังบรรดาคู่แข่งที่กำลังไล่ล่าตำแหน่งจ่าฝูงอย่างดุเดือด การไม่แพ้ใครติดต่อกันในลีกสูงสุดของอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพรีเมียร์ลีกถือเป็นหนึ่งในลีกที่มีความเข้มข้นและแข่งขันสูงที่สุดในโลก ทุกสัปดาห์เต็มไปด้วยเกมหนัก ไม่ว่าจะเจอทีมใหญ่หรือทีมเล็ก ทุกทีมล้วนมีศักยภาพสร้างปัญหาได้เสมอ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับแสดงให้เห็นถึงความนิ่ง ความแข็งแกร่ง และความสม่ำเสมอที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ตลอดช่วงต้นปี 2026 “ปีศาจแดง” เก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งเกมเหย้าในโอลด์ แทรฟฟอร์ด และเกมเยือนที่ขึ้นชื่อว่าโหดหิน ผลงานไร้พ่ายนี้ไม่ใช่แค่โชคช่วย หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการวางระบบที่รัดกุม การปรับแท็กติกที่เหมาะสม และความมุ่งมั่นของนักเตะทุกคนในทีม สนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100% สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการพัฒนาด้านเกมรับ แนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดีลสะเทือนตลาด! แมนยูเล็งปล่อย “โจชัว เซิร์กซี”

ความเคลื่อนไหวในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า แมนยู เตรียมพิจารณาปล่อยตัว โจชัว เซิร์กซี ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบถัดไป เพื่อปรับสมดุลเกมรุกและเปิดพื้นที่ให้กับแผนการเสริมทัพตามวิสัยทัศน์ของผู้จัดการทีม ข่าวดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อม ทั้งในหมู่แฟนบอลและสื่ออังกฤษ เพราะเซิร์กซีถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่มีศักยภาพและยังอายุน้อย แต่สถานการณ์การแข่งขันภายในทีมที่เข้มข้นอาจทำให้สโมสรต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ทำไม “เซิร์กซี” จึงกลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึง? โจชัว เซิร์กซี เป็นกองหน้าที่มีจุดเด่นเรื่องรูปร่างสูงใหญ่ เทคนิคดี และการเล่นเชื่อมเกมที่ไม่ยึดติด กับบทบาทหน้าเป้าแบบดั้งเดิม เขาสามารถถอยต่ำมารับบอล สร้างสรรค์โอกาส และเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมสอดขึ้นมายิง จุดแข็งนี้สอดคล้องกับฟุตบอลสมัยใหม่ ที่ต้องการกองหน้าซึ่งเล่นได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ในระบบที่ต้องการความเฉียบคมในกรอบเขตโทษอย่างสม่ำเสมอ การตัดสินใจของสโมสร จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “ศักยภาพระยะยาว” กับ “ผลงานระยะสั้นที่ต้องเห็นผลทันที” สนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100% แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรระบุว่า

คลับ บรูซ โชว์ของจริง อัด มาร์กเซย 3-0

ค่ำคืนแห่งฟุตบอลยุโรปต้องจารึกชื่อของ คลับ บรูซ เอาไว้อย่างชัดเจน เมื่อพวกเขาเปิดเกมรุกอย่างดุดัน ก่อนไล่ถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย ไปแบบขาดลอย 3-0 ในเกมที่เหนือกว่าทั้งแท็กติก ความเฉียบคม และสภาพจิตใจ ผลการแข่งขันนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะธรรมดา แต่คือการประกาศศักดาว่าคลับ บรูซ ไม่ใช่ทีมโนเนมในเวทียุโรปอีกต่อไป ขณะที่มาร์กเซยต้องเผชิญคำถามมากมายเกี่ยวกับความพร้อมและแนวทางการเล่นในเกมระดับสูง บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ทุกแง่มุมของเกม ตั้งแต่รูปเกม แผนการเล่น จุดเปลี่ยนสำคัญ ไปจนถึงความหมายของชัยชนะครั้งนี้ต่อเส้นทางของทั้งสองทีม เริ่มเกมด้วยความมั่นใจ คลับ บรูซไม่รอให้ตั้งตัว ตั้งแต่นาทีแรกของเกม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ คลับ บรูซ ลงสนามด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม พวกเขาไม่ถอย ไม่รอ และไม่เกรงกลัวชื่อชั้นของคู่แข่งจากฝรั่งเศส การเพรสซิงตั้งแต่แดนบน การเข้าปะทะที่หนักแน่น และการเคลื่อนที่อย่างมีวินัย ทำให้มาร์กเซยตั้งเกมของตัวเองไม่ได้ตั้งแต่ต้น ความเร็วและพลังของเจ้าบ้านกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้เกมเอียงมาทางฝั่งคลับ บรูซอย่างรวดเร็ว ประตูแรก จุดเริ่มต้นของฝันร้ายมาร์กเซย ประตูขึ้นนำของคลับ บรูซ ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อัดกาลาตาซาราย 2-0

แม้สกอร์จะไม่หวือหวา แต่ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหนือ กาลาตาซาราย ด้วยสกอร์ 2-0 กลับเป็นเกมที่สะท้อนคุณภาพระดับสูงของทีมอย่างชัดเจน ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นี่ไม่ใช่เกมที่ซิตี้ต้องเร่ง ไม่ใช่เกมที่ต้องแลก และไม่ใช่เกมที่ต้องเสี่ยงเกินจำเป็น แต่เป็นเกมที่พวกเขา “ควบคุมทุกอย่างได้หมด” ตั้งแต่นาทีแรกจนถึงเสียงนกหวีดสุดท้าย ซึ่งคือคุณสมบัติของทีมที่พร้อมลุ้นความสำเร็จในเวทีใหญ่ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกชัยชนะ 2-0 ที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยรายละเอียดเชิงแท็กติก ความแตกต่างด้านคุณภาพ และบทเรียนสำคัญของทั้งสองทีม เปิดเกมแบบไม่เร่ง แต่ไม่เปิดโอกาส ตั้งแต่นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้เปิดเกมรุกแบบโหมกระหน่ำตามสไตล์ที่แฟนบอลคุ้นเคย แต่เลือกครองบอลอย่างใจเย็น คุมจังหวะ และค่อยๆ ขยับไลน์เกมขึ้นสูง กาลาตาซารายพยายามตั้งรับอย่างมีระเบียบ ใช้ความแข็งแกร่งและวินัยทีมรับมือกับการต่อบอลของซิตี้ แต่ปัญหาคือพวกเขาแทบไม่ได้บอลนานพอจะตั้งเกมสวนกลับ ทุกครั้งที่แย่งบอลได้ มักถูกเพรสซิงคืนทันที นี่คือจุดที่ซิตี้เหนือกว่าอย่างชัดเจน พวกเขาไม่เพียงแค่ครองบอลมากกว่า แต่ครองบอล “อย่างมีคุณภาพ” ทำให้คู่แข่งไม่สามารถหาจังหวะเล่นเกมถนัดได้เลย ประตูแรก

เบนฟิกา ถล่ม เรอัล มาดริด 4-2 เกมประวัติศาสตร์ยุโรปทั้งทวีป

ค่ำคืนที่สนามของ เบนฟิกา กลายเป็นหนึ่งในคืนที่แฟนบอลยุโรปจะไม่มีวันลืม เมื่อยอดทีมจากโปรตุเกสเปิดเกมรุกอย่างดุดัน ก่อนเอาชนะ เรอัล มาดริด ไปด้วยสกอร์สุดมัน 4-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยความเร็ว ความผิดพลาด และการตัดสินใจเชิงแท็กติกที่เฉียบขาด ผลการแข่งขันนี้ไม่ใช่เพียงชัยชนะธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่า เบนฟิกาไม่ได้เป็นเพียงทีมม้ามืดอีกต่อไป ขณะที่เรอัล มาดริดเองก็ต้องเผชิญคำถามสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลและความพร้อมของทีมในเกมระดับสูง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของเกม ตั้งแต่รูปเกม แท็กติก จุดเปลี่ยนสำคัญ ไปจนถึงผลกระทบที่เกมนี้อาจมีต่อภาพรวมฟุตบอลยุโรป เปิดเกมเดือด เบนฟิกาไม่รอช้า ตั้งแต่นาทีแรก เบนฟิกาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้ลงสนามด้วยความเกรงกลัวชื่อชั้นของเรอัล มาดริด เจ้าบ้านเปิดเกมเพรสซิงสูง ไล่บีบตั้งแต่แดนบน และพยายามเร่งจังหวะเกมให้เร็วที่สุด แผนนี้สร้างความอึดอัดให้กับเรอัล มาดริดอย่างชัดเจน การต่อบอลจากแดนหลังของทีมเยือนเริ่มผิดพลาด และเปิดโอกาสให้เบนฟิกาได้จบสกอร์เร็วตามแผนที่วางไว้ ประตูแรกจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการอ่านเกมและการกล้าเล่นของเจ้าบ้าน เรอัล มาดริดตอบโต้ แต่เกมยังไม่อยู่ในมือ หลังเสียประตู เรอัล มาดริดพยายามตั้งเกม ใช้ประสบการณ์และคุณภาพผู้เล่นคุมจังหวะมากขึ้น และสามารถทวงประตูคืนได้จากความสามารถเฉพาะตัวของแนวรุก

เชลซี บุกแซงดับนาโปลี คว้าตั๋วน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ค่ำคืนแห่งฟุตบอลยุโรปเต็มไปด้วยดราม่าและความเข้มข้น เมื่อ เชลซี บุกไปเยือนถิ่นอันดุเดือดของ นาโปลี ก่อนโชว์หัวใจแกร่ง แซงกลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างเหลือเชื่อ ส่งผลให้สิงห์บลูส์ทะยานเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ ชัยชนะนัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลการแข่งขันธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนของการเติบโต ความเชื่อมั่น และการจัดการเกมในระดับสูงของเชลซี ที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า พวกเขากำลังกลับมาเป็น “ทีมอันตราย” ในเวทียุโรปอีกครั้งหรือไม่ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกมดังกล่าวในทุกมิติ ตั้งแต่รูปเกม แท็กติก จุดเปลี่ยนสำคัญ ไปจนถึงผลกระทบที่ชัยชนะครั้งนี้มีต่อเส้นทางของเชลซีในแชมเปียนส์ลีก เกมที่เริ่มต้นด้วยความกดดันของเจ้าบ้าน เสียงเชียร์กระหึ่มสนามของนาโปลี คือหนึ่งในบรรยากาศที่กดดันที่สุดในยุโรป และเจ้าบ้านก็ใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้อย่างเต็มที่ตั้งแต่นาทีแรก นาโปลีเปิดเกมรุกใส่เชลซีทันที ด้วยการเพรสซิงสูงและการโจมตีจากริมเส้น พวกเขาพยายามเร่งจังหวะเกมให้เร็ว เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เชลซีตั้งหลัก ผลลัพธ์คือประตูขึ้นนำที่มาจากความผิดพลาดเล็กน้อยของแนวรับทีมเยือน ซึ่งทำให้สถานการณ์ของเชลซียิ่งตึงเครียด ในช่วงเวลานั้น หลายคนเริ่มมองว่า เชลซีอาจต้านไม่ไหว และอาจต้องจบเส้นทางยุโรปไว้เพียงรอบแบ่งกลุ่ม เชลซีไม่ตื่นสนาม ตั้งหลักก่อนพลิกเกม แม้จะตกเป็นฝ่ายตามหลัง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เชลซีไม่เสียทรง นักเตะยังคงรักษาระเบียบเกม ไม่เร่ง